2008/Jan/12

 

 

 

เมื่อวาน...อากาศอุ่นขึ้นจนแบบว่า...
ชั้นอยู่โซนยุโรปในเดือนมกราคมชัวร์หรือมั่วนิ่มคะคุณผู้ชม???

บ่ายแก่ๆ
สามีชวนไปเดินเล่นที่ทะเลสาบใกล้ ๆ
ขับรถไปซักห้านาทีเองมั๊ง....
บรรยากาศดีมาก....
ถ้าเป็นช่วงซัมเม่อร์คนจะเยอะมากเลย...
เดินเล่นคุยกันไปเรื่อย ๆ ..ตาอ้วนก็จะเล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้..
ตอนสมัยวัยรุ่นเค้ามาที่นี่กะเพื่อน ๆ บ่อยมาก..
ตอนนั้นไม่มีสิ่งน่าสนใจอย่างคอมพิวเตอร์หรือมือถือ...
เรืองที่เจ๋งที่สุดเท่าที่จะเครซี่ได้ในตอนนั้นคือมอเตอร์ไซล์ค

ตาอ้วนแวะลงไปยืนให้ดูว่าพื้นน้ำมันเป็นน้ำแข็งจริง ๆ ...
ชั้นละกลัวน้ำแข็งแตกละสามีตกน้ำป๋อมแป๋มจริง ๆ - - "
ละก็ประวัติที่ทะเลสาบนี้ตอนที่เป็นน้ำแข็ง


ตาอ้วนบอกว่ารู้ป่าวใต้ทะเลสาบมีรถเก่า ๆ จมอยู่ข้างล่างคันนึง...
ชั้นก็เหรอ?....ทำไมอ่ะ...เหมอืนในหนังเลยเน๊อะ
ตาอ้วนบอกว่า..เพื่อนไอเอง - -"
แบบว่าหน้าหนาวแล้วทะเลสาบเป็นน้ำแข็ง..
วัยรุ่นก็อยากทดสองว่าจะขับรถวิ่งบนน้ำแข็งข้ามฝั่งไปได้ไม๊
(สมัยก่อนน้ำแข็งคงหนากว่านี้เยอะ....)
รถนะคะ...ไม่ใช่กวางลากเลื่อน...
พอไปถึงกลาง ๆ ทะเลสาบน้ำแข็งจึงแตกโป๊ะ!!!   รถก็จมบุ๋ง ๆ ๆ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


บรรยากาศดีมาก ๆ ..
เดินสูดอากาศเต็ม ๆ ปอด....
ชอบเวลาแบบนี้.....เดินไปคุยกันไป..แวะนั่งพักบ้าง...
คุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อยเปื่อย...
ชอบบรรยากาศสบาย ๆ แบบนี้จัง..
ชอบที่มีคนนี้เป็นคนข้าง ๆ แบบนี้

 


ทีแรกสามีชวนไปดูหนังที่ Ulm 
ชั้นนะต้องเตือนสติเลยว่า..คุณค่ะ..อิชั้นท้อง..
แล้วลูกเนี่ยะ..จะออกมาอยู่แล้ว...แต่ละกิจกรรมนี่แหม..
ทำยังกะถอดพุงฝากไว้ที่บ้านได้อย่างนั้นแหละ...
แต่หนังเรื่องนี้แบบ..พุดไว้นานแล้วว่าอยากดู ๆ ๆ ตาอ้วนก็อยากดู...
The Darjeeling Limited  (ชอบเอเดรียนแม่ก)


ละแบบรอบหนังนี่นะ..สี่ทุ่มฮ่ะ....แถมต้องลากสังขารไปดูถึงนู่น...
(มันไม่ฉายที่เมืองเรา)
ทำไมต้องฉายตอนนี้ด้วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย....
เลยกลับมาบ้านนอนดู Sleepy  Hallow
เราชอบทิมเบอร์ตันนะ...แรก ๆ ก็งง ๆ อยู่..
แต่หลัง ๆ เรารู้สึกว่าเค้าประหลาดดี..และเพราะความประหลาดและคิดอะไรแบบนี้ไง
เค้าถึงมีเสน่ห์..
ตาอ้วนก็ตลก...คือฮีไม่รู้จักทิมเบอร์ตัน....เคยดู Big Fish บอกว่าเฉย ๆ
มาดูอีกทีก็ตอนเราดู  Charlie And The Chocolate Factory
บอกว่าหนังบ้าบอดี.....แบบหนังต้องคิด..(จริง ๆ ไม่ต้องคิดก็ได้)
ชั้นบอกว่าถ้า  ยิปซี โรส-ลี  ฉายเมื่อไหร่เธอต้งอไปดูกะช๊านนน..
เราเล่าเรื่องเด็กชายหอยนางรมให้ฟัง....ตาอ้วนก็????
ฮ่าๆๆๆ
จนมาดูเรื่องนี้....ตาอ้วนบอก..อีตาทิมเบอร์ตันนี่...เครซี่แมนชัด ๆ
ยูต้องชอบแต่คนบ้า ๆ แน่ ๆ (ใช่..ถึงได้แต่งงานกับเธอไงจ๊ะ)
เค้าก็ไม่ได้อะไรกับหนังมาก...แต่ก็ยอมนอนดูด้วยกันจนจบ..
ตรงนี้แหละ...น่ารัก ^^

 


วันนี้...
ตาอ้วนเค้าก้ไปหาหมอของเค้าตามนัดทุกวัน..ทำเทสต์ปกติ
ก่อนที่วันจันทร์จะถูกจับแอดมิด....
ตกบ่ายตาอ้วนก็ต้องไปเซ็นเอกสารที่โรงพยาบาล
แล้วพอตอดีชั้นก็มีนัดกับคุณหมอด้วย..สองคนสามีภรรยาก็ควงกันไปรพ.
ตาอ้วนไปส่งชั้นก่อน..ตรวจฉี่แล้วก็ไปตรวจฟังเสียงหัวใจลูก
วันนี้ขอนั่งเก้าอี้เอน ๆ ไม่นอนแล้วเพราะไม่ไหว...หายใจไม่ออกค่ะ..
คราวนี้สิบนาทีเลยสบาย ๆ ฟังเสียงหัวใจลูกเพลิน ๆ
แต่พอตอนที่เค้าดิ้นนะ..เสียงโครกครากดังลั่นห้องมาก ๆ เหมือนเค้าจะหนีหรือยังไงไม่ทราบ
เพราะช่วงนั้นกราฟมันจะหายไปเลย...แล้วเสียงหัวใจก็เหมือนมันเบาลง..เหมือนเค้าพลิกตัว
แล้วก็ตรวจเลือดชั่งน้ำหนักปกติ..( ขึ้นมาอีกนิดหน่อย....สรุปว่าก็ขึ้นมาทั้งหมดสิบหกกิโล)
ตาอ้วนก็แว๊บไปทำธุระของเค้าที่อีกแผนกนึง...
กลับมาก็เข้าไปนั่งรอหมอพร้อมกัน...
คุยเรื่องอาการทั่ว ๆ ไป..ปกติดี..แล้วก้ไปอัลตร้าซาวด์..
เราบอกว่าช่วงนี้เจ็บเวลาลูกดิ้น..หมอบอกว่าเป็นปกติเพราะตอนนี้ศีรษะเค้าต่ำแล้ว
ว่าแล้วก็ซาวด์ว่าศีรษะเค้าอยู่ตรงนี้นะ...
เห็นหัวใจเต้น.....เห็นซี่โครง...
แล้วก็ขาที่ขดอยู่ ^^
evrything good!!   
อย่างที่บอกว่าหมอที่นี่ไม่ค่อยนิยมผ่า....
นั้นหมอก็เลยบอกว่าเดี๋ยวรอถึงวันนัดคลอดอีกทีก็แล้วกัน...
ตาอ้วนบอกว่าคลอดในน้ำเอาป่าว....เลือกได้ ๆ ๆ
เออ..ตลกมาก...
ตาอ้วนจะต้องแอดมิดวันจันทร์..ฮีก็ถามหมอว่าให้เชั้นมาคลอดเลยได้ป่าว.
จะได้อยู่รพ.พร้อมกันพ่อแม่ลูก - - "
แบบขออยู่ห้องเดียวกันด้วย..
หมอมองหน้าแบ่บ....!!!!!
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


แล้วก็แวะไปที่คลีนิคอีกที่นึง.. 
ไปรับเอกสารเพราะต้องไปหาหมอเรื่องผื่นคันที่ท้องแขนข้างนึง....
(ซึ่งต้องเอาใบจากหมอที่นี่ไปหาหมออีกที่นึง)
ละขอโทษ...คุณหมอน่ารักม๊ากกกกกกกกกกก..
แบบเท่มาก..น่ารักมาก.....
ป้าต้องเก็บอาการสุด ๆ กลัวสามีเตะกระเด็นออกจากคลีนิคหมอ
พอหมอจับแขนดู..กรี๊ด ๆ ๆ ๆ
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
แบบว่า..เค้าน่ารักมากล่ะ...  จับมือด้วย ^^"
หมอก็เปิดตู้เอายาให้หลอดนุง..บอกว่าอันนี้ลองใช้ดูได้แต่ว่าให้เราถามหมอที่จะไปพบดู
หล่อแล้วยังจิตใจงาม.....กิกิ


เสร็จธุระแล้วก็ปรึกษากันว่าวันนี้จะกินไรกันดี..
ไม่อยากทำกับข้าว....ตาอ้วนบอกงั้นไอทำสเต็กให้...(ประเสริฐ)
สุดท้าย..ตาอ้วนบอกไปกินไก่ย่างกัน...
ว่าแล้วก็ขับรถไปอีกเมืองใกล้ ๆ ประมาณแปดกิโล...
อีกยี่สิบนาทีร้านถึงจะเปิดเลยขับรถวนเข้าไปในเมือง..ไปเดินเล่นฆ่าเวลา
เป็นเมืองที่เงียบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก..
เมืองที่เราอยู่ดูป็นเมืองศิวิไลซ์ขึ้นมาทันใด..
เมืองนี้ตาอ้วนบอกว่าเป็นที่พักสำหรับคนพิการ...ทั้งทางร่างกายและสมอง
อาคารที่พักก็จะเป็นโบสถ์เก่า
บาทหลวงก็จะเป็นคนดูแลอะไรทำนองนั้น...
ฉะนั้นเมืองนี้จะเงียบมาก ๆ เลย...   แต่เชื่อไหม..ถึงเราจะเห็นคนพิการเดิน ๆ อยู่
แต่ไม่รู้สึกว่าเค้าพิการล่ะ...แม้จะนั่งรถเข็นมาก็ตาม
เพราะเค้าทำอะไรเองได้หมด...แล้วคนในเมืองนี้ก็จะคอยดูแลกันและกัน
ตาอ้วนบอกว่าชอบที่มีที่แบบนี้.....ชั้นก็ชอบ...
รู้สึกว่าเค้าให้ความสำคัญ...แล้วก็ไม่แบ่งแยกดี
ทั้งเมืองมีร้านอาหารร้านเดียว....แบงค์หรือร้านรวงก็เล็ก ๆ ไม่มีซุปเปอร์มาร์เก็ต
มีโรงเรียนที่แบบว่า.. เหมือนโรงเรียนประจำอ่ะ..
ตาอ้วนบอกว่าเค้าเคยมาเรียนที่นี่....โดนทำโทษไม่ให้กลับบ้านด้วย...(ซ่ามากไง)
อาคารส่วนใหญ่เป็นโรงนาโบราณ..แต่สวยมาก ๆ นะ..มีตึกหน้าตาแปลก ๆ เยอะเลย
ขับรถกลับไปฟาร์มเฮ้าส์ไก่ย่าง...แถวนั้นเงียบมากกกกก..
คือบ้านก็จะเป็นชาวนาชาวไร่กัน....แต่ร้านนี้มีรถจอดเพียบ
ตาอ้วนบอกว่วันอาทิตย์นี่ต้องโทรจองนะ....เพราะเต็มตลอด
เป็นร้านไก่ย่างที่ธรรมดามาก...แต่ไม่ธรรมดาคืออร่อยจริง ๆ !!!
ตาอ้วนบอกว่า..เออ....ไม่งั้นคนคงไม่มากินกันเต็มร้านทุกวันละนะ..
แบบว่าออริจินัลบาวาเรียนจริง ๆ เลย
กินกะตาอ้วนคนละครึ่งตัว....ชั้นกินกะมันฝรั่งตาอ้วนกินกะขนมปัง..
อิ่มมมมมมมม      (ลองบอกไม่อิ่มสิค่ะคุณ)..


Elwald  โทรมาชวนไปดูหนัง...
แหม..เพื่อนแต่ละคน....
เลยให้ตาอ้วนไปแล้วกัน..อาจจะอยากฉลองกันก่อนชั้นคลอดลูกไรเงี๊ยะนะ
ก่อนตัวเองจะต้องถูกจับแอดมิดเข้ารพ.


จริง ๆ ไดวันนี้โดนยายจิจิกให้มาอัพอีกนั่นแหละ...
คือ....หายไปไม่อัพไดก็นึกว่าไปคลอดไง...
ฉะนั้นหากไปคลอดจริง ๆ
เธอก็บังคับให้หาคนส่งข่าวด้วยหากเจ็บท้องคลอด...
ฮ่วย!!!    - - "
ดิชั้นจึงได้จัดการบีบบังคับหญิงอั๋นให้มารับหน้าที่ผู้ส่งสารเรียบร้อย...
ฮี่ ฮี่

2008/Jan/07

วันพฤหัส...ตื่นกันแต่เช้าสองคนสามีภรรยา
มาช่วยกันเก็บผักชีที่ปลูกไว้โรยกันให้ทั่วบ้าน....เพราะแขกกำลังจะมา ^^"
ไปรษณีย์มาส่งกล่องพัสดุสองกล่องมาจากน้องขิมและแม่บ้านอั๋นค่ะ
พักนี้สามีเลยแดกดันใหญ่เลยว่าชั้นเนี่ยะจดหมายเยอะกว่าเค้าอีกนะ..
แถมของเค้ามีแต่บิลที่ต้องจ่ายตัลหลอดดดดดดดด...
ขอบคุณน้องขิมมาก ๆ ได้มรดกจากวิลด้วย ^^
การ์ดรูปน้องไทน่ารักมาก ๆ ตาอ้วนถามว่าทำจากแอ๊ปเปิ้ลใช่ไม๊ ๆ ๆ - -"
ขอบคุณอั๋นด้วย...


พัสดุจากน้องขิมและอั๋น แม่เดนนิส


มรดกจากวิลฮับ...ผ่านไปยังน้องไทจนมาถึงมือเราแว้น...


 ++มาร์คุสมาถึงตอนบ่าย ๆ
พอตอนค่ำเราทำหมูสะเต๊ะ....ปิ้งกันควันคลุ้ง...
ไปจิกไมเคิลขึ้นมาแจมด้วย....แบบว่าทำทั้งหมูไก่เนื้อสะเต๊ะเลย..
เพราะสิริรวมแล้วกินกันเจ็ดแปดคน...โอ้วววว..
Pascal ชอบมาก...ถามใหญ่เลยว่าทำไง..อิชั้นก็บอกว่า..ง่ายมาก ๆ ๆ ๆ
เพราะอิชั้นเป็นแม่บ้านพะยี่ห้อโลโบ้ค่ะ
เด็ก ๆ ก็ฟลัดไปดูการ์ตูน...
ผู้ใหญ่ก็เม้าท์กันไปดื่มกันไป..
จนดึกโยเคิ่นมาแจมอีกคน....เราเริ่มเล่นเกมกัน..
สนุกมาก...เล่นกันยาวนาน....เล่นกันจนเมา
อิ่มแล้วก็หิวอีก....เพราะเกมนี้เล่นกันนานมาก ๆ
กว่าจะแยกย้ายกันไปนอนก็ตีสองแล้ว...ฮ่าๆๆๆๆ

++ วันศุกร์นัดกันประมาณสิบโมง...
จุดหมายคือปราสาทนอยชวานสไตน์(Neuschwanstein castel)
ปราสาทที่น้องแพรเถียงขาดใจว่าไม่เหมือนปราสาทในนิทานเรื่อง sleeping beauty เสียหน่อย
ไม่ว่าชั้นจะพยายามบอกว่ามันเป็นต้นแบบที่วอลดิสนี่ย์เอาไปทำยังไง..
เธอก็ยันว่าไม่เหมือน ๆ ๆ นิทานเรื่องนี้หนูดูเป็นร้อย ๆ รอบแล้วนะ..
ก้ได้ฟ่ะ...ยอมคนนึง - - "

ตอนเช้ามีโปสการ์ดมาจากมาดามโอไฮโอ..ยิ้มพิมพ์ใจหนุ่มวิล


น่ารักม๊ากกกกกก


อ๊อปแอด MSN มาก็เลยคุยกันระหว่างรอตาอ้วนที่ไปรับมาร์คุสที่โรงแรม
อ้ายเราก็ไซโคสุดฤทธิ์ให้มาฮันนีมูนที่ยุโรป..อ๊อปก็อยากมา..แต่พี่บอยอยากไปอังกฤษมากกว่า
ไหน  ๆ ก็มาอังกฤษแล้วจะไม่ไปเชค...ไม่เข้าเยอรมัน..ออสเตรียเลยไม่เสียดายหรือ.???
คุยกะซ่านด้วย..ซ่านบอกว่ายังจะไปเที่ยวอีก..(ป้าช่างไม่เจียมตัวเลย)
ชั้นบอกว่าชั้นจะไปนั่งรถม้า..ซ่านบอกว่า....รถม้ากระเทือน..เดี๋ยวก็ลูกไหลกันพอดี - -"
พอถามเรื่องบวช..ชั้นบอกว่าเออ...เผื่อกลับไทยได้ไปงานบวชซ่านพอดี..เลยจองอิ๊บอั๊บถือหมอนนะ..
ว่านตอบกลับมาแบบว่าอยากตัดพี่ตัดน้องมาก..."ไม่ได้ครับ..อายุเกิน" - -"
ออกเดินทางกันประมาณสิบเอ็ดโมง...จากบ้านเราไปก็ประมาณชั่วโมงนิด ๆ
ระหวางทางอิชั้นก็พยายามถ่ายรูปวิวข้างทาง..แต่กระจกรถก็มอมแมมมาก ๆ
บังคับให้สามีฉีดน้ำล้างกระจกไปตลอดทาง....ถึงปั้มก็จิกให้ลงไปเช็ดกระจกด้วย
แต่มอมแมมยังไง.....วิวก็สวยอยู่ดี
ชอบจัง...ชั้นรักยุโรปปปปปปปปปปปปปปป

 


ถึง Fussen  เมืองใต้สุดของเยอรมันติดกับออสเตรีย
เป็นที่ตั้งของปราสาทหลาย ๆ ปราสาทของกษัตริย์แห่งแคว้นบาวาเรียในอดีต
เมืองนี้เป็นเมืองโรแมนติกจริง ๆ นะ...
ตาอ้วนก็ชอบบอกว่าเป็นเมืองที่สวยมาก ๆ ...
แต่ก็ไมเคยได้ชื่นชมเสียที...ได้แค่ผ่านสามรอบแล้วนะเมืองนี้..  - -"
จากมิวนิกสามารถนั่งรถไฟมาถึงฟุสเซนได้...ไม่ต้องเปลี่ยนสถานีค่ะ...ฟุสเซนเป็นสถานีสุดท้าย
จะมีรสบัส(สาย 37)ไปยังปราสาทเลยสะดวกมาก ๆ ประมาณสิบห้านาทีจากตัวเมืองเท่านั้นเอง


ใกล้จะถึงแล้ววววววว...


ทางเข้าไปจะผ่านและมองเห็นปราสาทหลังนี้ก่อน...
เป็นปราสาทที่คิงส์Ludwig อาศัยกับราชวงค์เมื่อครั้งเป็นเด็กก่อนสร้างปราสาทนอยฯ

วันนี้มองเห็นปราสาทจากด้านล่างชัดเจนมาก ๆ
คราวก่อนมามองไม่เห็นอะไรเลย...เมฆหมอกหนาตา..

มองขึ้นไปเห็นชัดเจนมาก..ไม่มีหมอกมาก่อหุ้มเหมือนคราวก่อน

ปราสาทหม่อมแม่อีกด้านหนึ่ง..สามารถเดินขึ้นไปชมได้


แพลนว่าจะนั่งรถม้าขึ้นไปชมปราสาท..ไปซื้อตั๋วกันก่อน.คนละ 9 ยูโร
ระบุเวลาเข้าชมปราสาทแน่นอนในตั๋วเลย...
แล้วก็ไปต่อแถวขึ้นรถม้า...ทีแรกตาอ้วนจะให้ชั้นขึ้นรถม้าไปคนเดียวแล้วค่อยเจอกันข้างบน
แต่ครอบครัวมาร์คุสบอกว่าไหน ๆ ก็มาด้วยกันแล้วก็ไปด้วยกันนี่แหละ..
ฉะนั้นจึงจ่ายกันอีกคนละห้ายูโร...แถมเข้าแถวรอรถม้ากันครึ่งชั่วโมงได้   - -"
นักท่องเที่ยวเยอะตลอด....อ้อ..


เข้าคิวรอขึ้นรถม้า...


ได้ขึ้นแล้ว..นั่งหน้าด้วย (ดมตดม้าตลอดทาง)


เราสี่คนนั่งหน้าเริ่ด....เพราะคิดว่าได้ที่นั่งที่ดีสมใจ
ด้วยหวังว่าจะได้เห็นวิวที่ดีที่สุด...ไม่มีใครบังเหมือนนั่งด้านหลัง
ในเวลาต่อมา...เราสี่คนก็สมน้ำหน้าตัวเองกันไปมา
เพราะอะไรเหรอค่ะ??....เพราะม้าตดตลอดทางน่ะสิคะ  - -"
กลิ่นเธอโหดร้ายมาก....
Pascal หันไปบอกตาอ้วนว่ากลิ่นตดม้าแรงมากเลย...
มาร์คุสกับตาอ้วน(และคงรวมทั้งทุกคนที่มาเที่ยวเดียวกับเรา) ต่างก็หัวเราะชอบใจ
วันนึงเดินไม่รู้กี่รอบนะ....เจ้าม้าเนี่ยะ ...

สวยยยยย...ชอบมุมนี้มาก ๆ

เดินถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ
แล้วก็เข้าไปรอด้านในจนกระทั่งถึงหมายเลขในตั๋วเราให้เข้าไปชมปราสาทด้านใน


ถึงด้านในแล้วฮับ!!

ระหว่างรอ..เรายืนมองยอดปราสาทในหลาย ๆ มุม...
นึกเอาว่าถ้าเป็นสมัยก่อนมันจะเป็นยังไงนะ...ตอนที่พระองค์มีชีวิตอยู่...
ถ่ายรูปสะพานมาเรียนบรุคเค่ (Marien ชื่อพระมารดาคิงลุดวิก Brucke แปลว่าสะพาน)
สะพานนี้สร้างมาแล้วเกือบสองร้อยปี เอาไว้ให้เป็นทางเดินไปสู่กระท่อมกลางป่า ยามราชาออกล่าสัตว์
ตาอ้วนบอกว่าออกจากปราสาทแล้วจะพามาร์คุสไปชมสะพาน...
ส่วนชั้นให้ลงไปรอด้านล่างอย่างเจียมตัว..เพราะคงลากสังขารไปถึงสะพานไม่ไหวด้วยสองเท้า
(ค่ารถม้าขาลงถูกกว่าขาขึ้นล่ะ)
แล้วเค้าจะถ่ายรูปมาฝาก...
เพราะมุมมองจากสะพานมายังปราสาทนั้นถือว่าเป็นจุดชมวิวที่เจ๋งมาก ๆ เลย
(สะพานนี้มีความสูงจากพื้น 304 ฟุต)


ขอบอกว่าเวลาในบัตรที่ให้เข้าไปด้านในปราสาทนั้นเป๊ะ ๆ เลย...
เฮ้อ...เมืองที่เจริญแล้วก็อย่างนี้ล่ะนะ
ไม่ต้องมายืนแย่งกันให้เมื่อย...

ด้านในห้ามถ่ายภาพ...เลยต้องไปหาชมเอาในอินเตอร์เนต
จำได้ว่าห้องแรกที่เข้าไป.ไกด์อธิบายว่าพื้นที่เราเหยียบกันอยู่นั้น
เรียงจากเศษหินจำนวนถึงสองล้านชิ้นเป็นรูปต่าง ๆ ...ชั้นสงสัยว่าเคยมีใครนับไหมหนอ??
เรามีไกด์เป็นเด็กหนุ่มท่าทางสุภาพเรียบร้อย..ถึงฟังเยอรมันไม่ออก
แต่มองเค้าพูดแล้วเพลินมาก ๆ รู้สึกว่าเป็นคนพูดเพราะมาก ๆ เลย...
ปกติเราจะรู้สึกว่าภาษาเยอรมันห้วน ๆ แต่ฟังไกด์คนนี้แล้วเหมือนแกเป็นบาทหลวงมากกวา
แถมเจอเด็กช่างซัก.....เค้าก็จะอธิบายแบบว่าน่ารักมาก ๆ
ตาอ้วนก็นินทาไปเรื่อย..หาว่าน้องค้าเป็นเกย์ -  -"
ชอบห้องนอน....แต่รู้สึกว่ามันเหงา ๆ แฮะ..
ตาอ้วนบอกว่า...ฮีคง want to be alone น่าดูนะ
ความอลังการณ์นั้นคงไม่ต้องพูดถึง....
แต่สำหรับชั้นคงเพราะเราอ่านเรื่องราวของกษัตริย์องค์นี้บ่อยด้วยไหมไม่รู้
เคยคุยกะตาอ้วนถึงคิงส์องค์นี้ว่า...เวลาของพระองค์มันแบบ...ไม่ใช่ right time
หรืออาจจะใช่...แต่ไม่มีคเข้าใจ..ไม่มีใครคาดคิดได้..คือพระองค์เกิดเร็วไป..อะไรทำนองนั้น
แต่ที่แน่ ๆ พระองค์ไม่ใช่เจ้าชายธรรมดา ๆ แน่นอน...
คนถึงขนานนามว่าพระองค์เป็นกษัตริย์แห่งความฝัน...แม้ไม่ใช่กษัตริย์นักรบก็เถอะ
แต่อย่างไรพระองค์ก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่นอนฝัน...
เพราะพระองค์ตืนมาทำความฝันให้เป็นจริงได้หลาย ๆ อย่าง
(ชั้นบอกว่า....สมัยก่อนประชาชนโกรธเพราะพระองค์ใชเงินจำนวนมากในการสร้างโน่นสร้างนี้
และดูไร้สาระ..เพ้อฝันในสายตาของประชาชน....ไม่มีประโยชน์ต่อปากท้องประชาชน
แตใครจะคิดว่าตอนนี้ปราสาทของพระองค์ทำเงินเฉลี่ยต่อวันได้เท่าไหร่?
ทำให้มีการจ้างงานอีกตั้งเท่าไหร่....)

จริง ๆ เราชมกันไม่กี่ห้อง..เพราะส่วนอื่น ๆ เจ้าหน้าที่บอกว่ามีการซ่อมแซม
แต่ว่าแต่ละห้องที่เราได้ชมก็เหมือนทำให้เราได้รู้จักตัวตนพระองค์เพิ่มอีกเล็กน้อย
ทั้งห้องบรรทม..ห้องท้องพระโรง..ห้องทรงดนตรี..ห้องโอเปร่า..
วิวจากในปราสาทก็ใช่ย่อย....ห้องที่ทำเป็นเหมือนถ้ำแล้วมีที่นั่งสำหรับชมวิวด้านนอก
พร้อมถังเบียร์เล็ก ๆ ทำให้รู้สึกว่า....แหม...ไม่สงสัยเลยทำไมพระองค์ถึงได้ช่างครีเอทนัก
ชอบห้องครัว.....เค้าบอกว่าเฟอร์นิเจอร์เป็นออริจินัลล่ะ...
ห้องครัวถ้าเทียบกันในสมัยนั้น.....เป็นครัวที่โมเดิร์นที่สุดล่ะ..
ชั้นชอบเก้าอี้ ๆ ๆ ..พยายามพรีเซนต์บอกตาอ้วนใหญ่...ชอบแบบนี้ๆๆ
แล้วคิดดูว่าสมัยนั้น...มีใครคิดบ้างวาจะมีการใช้โทรศัพท์..นึกออกไหม...
ไม่รู้เรียกอะไรล่ะ....แต่สมัยนั้นพระองค์คิดได้

น้องหมีหน้าห้องฉายมัลติมีเดีย ^^"


จากนั้นก็มีร้านกาแฟ..มีห้องฉายมัลติมีเดียให้ชม( ฉายตลอดเวลาทุก 24 นาที)
ละก็ห้องสำหรับขายของที่ระลึกต่าง ๆ
ขาดไม่ได้คือ..หงส์ขาว..ซึ่งเป็นสัญญลักษณ์ของปราสาท..
สังเกตว่ารูปในปราสาทก็จะมีอะไรเกี่ยวเนื่องกับหงส์ขาวตลอด...
ถามตาอ้วน....ฮีบอกว่าพระองค์โปรดหงส์ขาวมาก ๆ (จริงเปล่าไม่รู้?)
แต่พระองค์ก็ได้รับฉายาว่า ราชัณย์หงส์ขาวก็แล้วกัน

ออกมานอกปราสาทก็ค่ำแล้วล่ะ...
สรุปว่าไม่ได้ไปถึงสะพาน...แล้วแต่ละคนก็หิวกันมากแล้ว
ก็เลยฝากท้องที่ร้านใกล้ๆ ทางลงนั่นแหละ
จริง ๆ ตาอ้วนบอกว่า....ขับรถไปอีกนิดเดียวก็ข้ามไปถึงอิตตาลี่แล้ว
คือใจคอฮีจะให้ชั้นหิ้วท้องไปกินที่นู่น...
ชั้นบอกว่าเหรอ...ดีนะ..ขัยรถไปกินพาสต้า.งหรือพิซซ่าที่อิตตาลี่กันแล้วค่อยกลับบ้าน
แต่ก็จริงอย่างตาอ้วนว่า....อาหารที่นีไม่อร่อยเลยยยยยย
แต่ด้วยความหิวของทุกคน...เลยจัดการกันให้เรียบได้ไม่ยาก
เดินลงมาเรื่อย ๆ  คุยกะPascal  ไปเรื่อย..เพลินดี
ถ่ายรูปปราสาททั้งสองปราสาทยามค่ำ..สวยแปลกตาไปอีกแบบ
เดินไปทะเลสาบ....มืดแล้วด้วย..
แต่ก็พอมองเห็นว่าตอนนี้ทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็งไปเกือบหมดแล้ว..

ขาลง..


ร้านที่เราหมายตาว่าจะฝากท้องกัน..

ปราสาทท่านแม่ยามค่ำ^^"

ไปจ่ายค่าที่จอดรถก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน
วันนี้สนุกมาก ๆ
เราจ่ายไปห้ายูโร  - -"

เวลามีใครบอกว่า....
ไปเที่ยวที่นั่นแล้วถ้าไม่ได้เห็นสิ่งที่เป็นเหมือนสัญญลักษณ์ก็เหมือนไปไม่ถึง
แบบมาเยอรมันแล้วต้องกินเบียร์กับไส้กรอก...
ไปเชียงใหม่ต้องขึ้นดอยสุเทพ..
หรือสิบแหล่งท่องเที่ยวที่ควรไปให้ได้ก่อนตายอะไรทำนองนี้...
เราจะเกิดอการต่อต้านอัตโนมัติ...ไม่ชอบคนที่มาจำกัดอะไรให้คนอื่นแบบนี้
ชั้นว่าเรื่องแบบนี้....มันแล้วแต่ความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่า..
แต่หากเป็นเรื่องปราสาท....ซึ่งอาจจะไม่ใช่สุดยอดของปราสาทอย่างหลาย ๆ ที่ในยุโรป
แต่แรงบันดาลใจนั้นเกินคาด
แต่ถ้าคุณมีโอกาส...
คุณจะไม่มาชมหน่อยหรือ....
เพราะคำกล่าวที่ว่าเจ้าของปราสาทแห่งนี้ไม่ใชชายธรรมดา ๆ นั้นไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย...

++ หลังจากกลับมาถึงบ้าน..
มีโปสการ์มาจากอ้ายปิ๋มล่ะ...กรี๊ด ๆ ๆ ๆ 
ปิ๋ม..ชั้นคิดถึงแกมาก ๆ นะ....มันบอกว่าให้ลูกชื่อฮันนีบาลอย่างที่ตาอ้วนเสนอน่ะเท่ดี  - -"
ตาอ้วนบอกว่า...เห็นไหม..ปิ๋มยังชอบชื่อนี้เลย..ใครว่าไอไม่ครีเอท..


วันเกิดมาม่า...ตาอ้วนไปมั่วกินขนมมาม่าที่นั่งกินกาแฟกับป้าบริทจนเกือบหมด
จากนั้นก็ขึ้นบ้านกัน...
อิชั้นก็หายหัวเข้าไปทำธุระในห้องน้ำอยู่นาน..
ประสาคนรักห้องน้ำทีบ้าน...
จากนั้นก็มานอนดูทีวีอยู่กับตาอ้วน...รู้สึกว่าลูกดิ้นเป็นระยะ ๆ
เปิดพุงนอนดูความเคลื่อนไหวกัน..
แล้วพอเจ้าหนูดิ้นแบบว่าพุงโยกเยก..ตาอ้วนก็เริ่มสติแตก!!
แล้วทีนี้พุงก็แหลมขึ้นมาเลย...เหมือนเค้าพยายามจะเหยียดขาอยางนั้นแหละ..
แล้วแบบสองสามครั้งติด ๆ กัน..
อย่าว่าแต่ตาอ้วนเลยที่กระเจิงรีบถอยห่างไปติดฝา..
อิชั้นเห็นพุงตัวเองดังนั้นยังตาเหลือกเลย..แถมมันเจ็บแปล๊ป ๆ ด้วย
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ
ตาอ้วนบอก...ไปโรง'บาล ๆ ๆ ๆ แบบว่าพล่านมาก...
ชั้นบอกเฮ้ย..จะบ้าเหรอ...
ตาอ้วนบอก....งั้นรอเดี๋ยว ๆ ๆ ไปเรียกมาม่าก่อน....เผื่อลูกจะคลอด - -"
จะประสาทไปไหนเนี่ยะ...ละเดี๋ยวเจ็บจริง ๆ จะเป็นไงเนี่ยะ
มาม่าขึ้นมาตอนดึก ๆ ตาอ้วนรีบสาธยายใหญ่...มาม่าหัวเราะก๊าก
ตาอ้วนบอกว่า...ตอนเด็ก ๆ ปาป้าบอกตลอดว่านกกระสาเอาเด็กมาหย่อนลงทางปล่องไฟ
ฮีก็เชื่อของฮีมาตลอด....จนโตถึงได้รู้ว่าพ่อโกหก..
ฟังแล้วได้แต่หัวเราะ...
แต่ตอนนี้ตาอ้วนบอกว่า...อันที่จริงให้นกกระสาเอาเด็กมาหย่อนไว้ก็ดีนะ..
หรือไม่ก็ออร์เดอร์เอาทางอินเตอร์เนต!!    - -"

++ วันนี้สเตฟานมาถึงเมืองเราประมาณสิบโมงกว่า ๆ
แต่คาทัตเทียและเอริก้าไม่ได้มา...เพราะเหนื่อยมาก
(เหมือนชั้น..แขกเยอะ..ญาติเยอะปาร์ตี้เยอะ)
ตาอ้วนไปรับที่สถานีแล้วก็แวะซื้อขนมปังมาเป็นอาหารเช้า..
ชั้นไม่ค่อยได้รับแขกมากมาย...เพราะเหนื่อยด้วย
แล้วตาอ้วนก็บอกว่าเมื่อวานเดินเยอะด้วยไง...แล้วก็เกรงใจภรรยา
เพราะฮีเป็นคนป๊อปปูล่าห์ในหมู่เพื่อนฝูง....รู้ตัวไงว่าตัวแขกเยอะ
บ่าย ๆ ก็ออกไปเดินเล่นกับสเตฟานในเมือง...
มีเด็ก ๆ มากดออดหน้าบ้าน....ชั้นก็แบบ..ไรฟ่ะ...??
โผล่หน้าต่างออกไปดู...แล้วก็เลยเรียกปาป้าออกมาด้วยเพราะฟังไม่รู้เรื่อง
ก็คือเด็ก ๆ ที่จะมาร้องเพลงแล้วก็อวยพรแล้วเราก็ใส่เงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ในกล่องให้เค้า
ก็น่ารักดีนะ... ^^
ตาอ้วนกลับมาถามว่า..ตอนเค้าไปเดินเล่นมีคนมาหาเปล่า..???
ตาอ้วนสวนทางกับเด็ก ๆ ไง..แล้วคิดว่าต้องมาบ้านชั้นแน่ ๆ ถามว่าชั้นทำไงมั่ง
ชั้นบอก..."เรียกปาป้า!!! "


ตาอ้วนกับสเตฟานทำสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ากันสองคน...
คุยกันหัวเราะกันประสาเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน
ส่วนชั้น...>>>> หลับ  - -"
ค่ำ ๆ ไมเคิลขึ้นมาหิว  ๆ ๆ ...ชั้นอุ่นสปาเก็ตตี้ให้
ตาอ้วนไปส่งเพื่อนกลับตอนทุ่มกว่า  ๆ ..
อะไรอีกนะ...จำไม่ได้...
แต่แค่นี้ก็ยาวแล้ว..พอเถอะป้า!!...
สรุปว่าชั้นก็ยังเป็นคนท้องแก่ที่ยังไม่เจียมสังขารอยู่ดี....
แต่ต่อไปคงไม่ไปไหนแล้ว..ปราสาทนอยฯนี่เป็นทริปสุดท้ายก่อนคลอดแล้วล่ะ..
จริง - - จริง..

2007/Oct/27

 

ตาอ้วนโทรมาหาแต่เช้าเลย... ^^
- - - - - - - >>>  กิ  กิ
อยู่ฮังการี่เรียบโร้ยยยยยยย...

 

ชักรำคาญตัวเองละนะอ้ายกิกิเนี่ยะ..
รู้แล้วว่าไม่เหมาะกะวัย.. - -"

 


อะไรจะดีไปกว่าคุณเป็นบ้า..คุณงี่เง่า....แสนจะไม่ได้เรื่อง..แต่ก็มีคนเข้าใจล่ะค่ะ..^^"
ก็...เข้าใจแบ่บ
เข้าใจว่าเมียประสาทนั่นแหละ - - "
ว่าไปแล้ว..ชั้นคงทำบุญมาดี...
แต่ตาอ้วนนี่....ชาติที่แล้วฆ่าพระไม่พอ...คงเผาวัด..ขโมยตู้บริจาคมาด้วย...
ชาตินี้เลยกรรมหนัก..สาหัสได้ขนาดนี้...
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เลยอารมณ์ดี..บ้าพลัง...
อย่างว่า..คนมันแฮปปี้นะ..มีแรงทำนู่นทำนี่...
ซักผ้าเอย..ดูดฝุ่นเอย...
ละนี่ว่าจะออกไปซุปเปอร์มาร์เก็ตด้วย...
ออกไปเซอร์เวย์อากาศมาละ....สดชื่นพอทน..ไม่ทรมาน
ตาอ้วนต้องพูดย้ำ ๆ ๆ ๆ ๆ อย่าหิ้วของเยอะ ๆ ๆ
ให้รอไปซื้อตอนปาป้ากลับมาก็ได้...จะได้เอารถไป...
ไปเองดีก่า...ต้องออกไปสูดอากาศบ้าง..จริงไหม?
แล้วก็อากาศดีมาก ๆ สดชื่นมากล่ะ....
หรือเพราะเสื้อเราอุ่นมากก็ไม่รู้นะ....มันเลยสบาย ๆ
ไม่หนาวทรมานมากเพราะมันยังไม่หนาวจริง ๆ น่ะสิ
ใบไม้สีเหลืองสีแดงที่ยังร่วงไม่หมดยังสวยอยู่เลย.....
ดอกไม้เริ่มเหี่ยวแห้ง..คนเริ่มเอาออกไปจากสวนแล้ว..
เป็ดยังว่ายน้ำดำผุดดำว่ายกันสนุกสนาน... เอ้อ..ดีนะ...ไม่หนาวกันเลย
อากาศดี ๆ แบบนี้นึกถึงแม่มาก ๆ อยากให้แม่ได้สูดอากาศแบบนี้
ได้เดินออกกำลังท่ามกลางธรรมาชาติแบบนี้..
ถ้าใส่กระป๋องส่งไปให้ได้ทำไปแล้ววววว....


ละฮีตเตอร์ห้องคุณลูกไม่ทำงาน...
ต้องเรียกช่างอีกแว้น...


พอบรรดาว่าที่คุณแม่ทั้งหลายขยันโชว์พุง
และบอกเล่าพัฒนาการลูกอย่างต่อเนื่อง(และดูน่าเชื่อถือ...น่าอ่านมาก ๆ )
คุณแม่(อย่างฉัน) ดูเหมือนเป็นแม่ที่ฮี่ เฮ่าเสียเต็มประดา.. - - "
เอาแต่เก็บข้อมูลของคนอื่น....
ยิ่งเมื่อวาน...แอลไปอ่านไดน้องก้อย..
แถมยายจิก็ยังกล้ามาเกทับทั้ง ๆ ที่ตัวเพิ่งจะสิบหกวีค...
อ้ายคนยี่สิบแปดวีคอย่างอิชั้นเลยถูกถามว่าละไม่เห็นโชว์พุงอย่างคนอื่นมั่งเลย
พุงดำเหรอ....????        
หรือว่าน่าเกลียดมากจนไม่กล้าโชว์????

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยนะ!!!!
พุงออกจะใส..สวยงามมมมมม..
แต่มันใหญ่มากเท่านั้นแหละ...


O_O"

งื้ดดดดดด......แล้วนะ....แต่ละคำถาม...
ทำอั้มพัชราภาสะอึก..ทำร้ายจิตใจอั้มมาก
(ยายตูนบอกว่า...ชั้นเป็นได้แค่แม่อั้มมากกว่า... >*< 
ก็โอเคนะคะตัว)

อวดได้แค่นี้ล่ะค่ะ....
เดี๋ยวโดนจัดระเบียบไดอารี่...ต้องมี ฉ.(หรือ เพาะผู้ที่มีสติ)
น.(ผู้ปกครองควรแนะนำ) พาดที่มุมซ้ายล่างไดอารี่
ที่สำคัญ.....สามีจะเอาหน้าไปซุกไว้ไหน...ถ้าภรรยากระทำการเยี่ยงนี้โดยไม่ปรึกษา..
ทำเป็นเรื่องมาก... !!!
ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
เขียนเองยังหมั่นไส้ตัวเองเลย....ไม่ต้องมีใครมาโพสต์ว่าก็ได้ ^^

อยากชมจริง ๆ ชด ๆ แบบไม่กลัวราหู...กรุณาหลังไมค์^O^
อัพไดไปลูกดิ้นไป....
ได้โปรดเถอะคับคุณแม่....พลีส..พอแล้ว

ถุงหนอนน้อย...
อันนี้อิชั้นภูมิใจนำเสนอมาก....ไม่รู้ล่ะ...แม่อยากได้..
ลูกจะได้ใช้หรือเปล่าไม่ทราบ..แม่ได้มาไว้ในครอบครองแล้วสบายใจ
ได้ใช้อยู่แล้วล่ะ....
ลูกออกจะเกิด winter  นะคะ

 

ละไม่ต้องทำกับข้าวฮ่ะวันนี้..
มาม่าจัดให้....
ดีจริงวุ๊ย !!
กินไม่หมดด้วยนะ....แน่นพุง.. ^^"


เออ...ละเมื่อวานคุยกะแอลว่าคริสต์มาสไปเที่ยวไหน
จริงๆ  ตาอ้วนชวนไปโรมาเนีย....นั่งดูรายการอะไรสักอย่างเนี่ยะ
เป็นสารคดีเกี่ยวกะชีวิตคนส่วนนึงในประเทศนี้...
เศร้าหน่อย ๆ
ก็เหมือนหลาย ๆ ที่บนโลก..คนหนุ่มสาวทิ้งบ้านเมืองมุ่งหน้าไปเมืองใหญ่ที่เจริญกว่า
หางานทำ..เพราะคิดว่านั่นคือชีวิตที่ดีกว่าตามที่เขาว่ากัน
ทั้งสารคดีก็เลยมีแต่เรื่องคนแก่ที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านอย่างเดียวดาย
ทั้งหมู่บ้านมีแต่คนแก่จริง ๆ น้อยมากที่จะเจอคนกลางคน..อย่าว่าแต่หนุ่มสาวเลย
ก็ดูกิจวัตรประจำวันแกไปเรื่อย....ตักน้ำจากบ่อ..ให้อาหารสัตว์
ไปเก็บผลไม้..เก็บฟืน....ทำกับข้าว...
แต่ว่าคนแก่ทุกคนที่นี่แข็งแรงมาก..
ทำอะไรเองได้หมดแบกนู่นนี่สารพัดทั้งที่อายุปาเข้าไปไม่น้อยแล้ว
ส่วนคนใหม่ ๆ ที่เข้ามาอยู่ที่นี่....ก็นำพาเอาอะไรใหม่ ๆ มาเยอะแยะ..
ขำมาก...ที่คนแก่คนนึงบอกว่าเธอประสาทเสียทุกครึ้งที่มองเห็นบ้านหลังสีแดงหลังนั้น
คือเป็นบ้านที่สร้างใหม่ไม่นานนัก.....บางทีก็ทาสีฟ้าสีแดงว่ากันไป..
คนรุ่นเก่าที่อยู่บ้านทรงโบราณ ๆ เหมือนในนิทานกันมาแต่ไหนแต่ไรเห็นแล้วรับไม่ค่อยได้ไง

ละพอถึงเทศกาลอย่างคริสต์มาสหรือไรเนี่ยะ..
คนในครอบครัวก็จะกลับมาเจอกัน
โห...บรรยากาศแบบว่า.....น้ำตาท่วมมาก  ๆ ดูไปน้ำตาคลอไป...
แต่ตอนจากสิ.....ท่วมกว่า..
พี่ชายน้องชายกอดกันร้องไห้..ตบไล่กันแล้วตบไหล่กันอีก...

เฮ้อ...
ตาอ้วนบอกน่าไปเหมือนกันนะ...โรมาเนีย....
มีที่สวย ๆ เยอะเลย...
แถมเกริ่นกะมาร์คุสไว้ว่าอาจจะขับรถไปอิตตาลี่กัน
ไปซื้อของกิน - - "
เพราะจากกิมเซ่ไปแค่สองชั่งโมงเอง..ข้ามเขาไปผ่านออสเตรียจึ๋งนึงก็อิตตาลี่ละ
แต่ว่า....
ที่ชวนนี่ไม่เกรงใจกันเลยนะ....
ช่วงคริสต์มาสเราก็ท้องแก่เต็มเหนี่ยว....
พอบอกตาอ้วนว่าไม่กลัวคลอดกลางทางเหรอ
ตาอ้วนหันมาละบอก.."เออ......ลืมไปว่ายูท้อง"
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

 

edit @ 27 Oct 2007 03:39:38 by คุณป้าน่าสงสัย

edit @ 27 Oct 2007 03:46:46 by คุณป้าน่าสงสัย